| พ.ศ.
๒๕๒๙-๒๕๓๐ |
|
ออกแบบตราสารให้แก่ เคาน์
ออฟเปอรสคอรฟ ปราสาทซอนเนนพลาส นครซูริค เขียนภาพกิจกรรมขนาดใหญ่ประดับ
ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำศาลาไม้ สมาคมไทยเยอรมัน ที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน
กรุงเทพฯ ทำศาลาไม้ใน
สวนหลวง ร.๙ ศาลาพุฒ - จันทร์ สถาปัตยกรรมล้านนา |
| พ.ศ.
๒๕๓๑-๒๕๓๒ |
|
ผลงานสะสมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พาซาเดน่า สหรัฐอเมริกา |
| พ.ศ.
๒๕๓๓ |
|
ได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลญี่ปุ่น
เป็นจิตรกรในพำนักและนิทรรศการศิลปกรรมเดี่ยว นับเป็นจิตรกรคนที่สามแห่ง
เอเชียต่อจากจีน และฟิลิปปินส์ ณ เมืองฟูกุโอกะ พิพิธภัณฑ์ศิลปร่วมสมัยและที่ศูนย์วัฒนธรรมญี่ปุ่น
นครโตเกียว
งานจิตรกรรมห้าชิ้น สะสมโดยพิพิธภัณฑ์ฟูกุโอกะ |
| พ.ศ.
๒๕๓๔ |
|
ได้รับเชิญจากปราสาทอัลสตริมมิค
นครโคเบล็นซ เยอรมนีเขียนภาพภูมิจักรวาลตามไตรภูมิของปกิรณัมไทย
และ
เป็นจิตรกรในพำนัก มหาวิทยาลัยศิลปะนานาชาติ ที่นครเทรีย เยอรมนี |
| พ.ศ.
๒๕๓๕ |
|
ได้รับเชิญจากรัฐบาลตุรกี
ให้เป็นตัวแทนศิลปินไทย สาขาจิตรกรรม ไปร่วมงานศิลปกรรมร่วมสมัย
ที่นครอิสตันบูล
อัลทานญ่า และดูงานสถาปัตยกรรมในกรีก โรม และอียิปต์ |
| พ.ศ.
๒๕๓๖ |
|
ได้รับเชิญจากรัฐบาลออสเตรเลีย
เป็นจิตรกรในพำนักของมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น เดินทางไปทัศนศึกษาทั่วทวีป
ออสเตรเลีย ตั้งแต่อลิชสปริง ซิดนีย์ แคนเบอร่า ยูลาล่า เพิร์ท
ไปจนถึงอาร์เนมแลนด์ |
| พ.ศ.
๒๕๓๗ |
|
เป็นจิตรกรในพำนักที่วัดโอคัง
วัดทาชิงลังโป มหาวิหารเคียน เชชิกัตเชและมหาวิหารไปทาละ ประเทศทิเบต
พำนักบนเทือกเขาหิมาลัย บนยอดเขาภูมัจฉา ปูเร เนปาล เพื่อศึกษาภาพเขียนจิตรกรรม
ตันตริกของพุทธศาสนา
นิกายมหายาน และศึกษาปฏิจสมุปบาทแบบมหายาน |
| พ.ศ.
๒๕๓๘ |
|
เขียนภาพประดับธนาคารแห่งประเทศไทย
เป็นงานสะสมถาวรประจำธนาคารได้รับเชิญจากธนาคารกรุงเทพฯ
และธนาคารไทยพาณิชย์ รังสรรค์งานจิตรกรรมขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย
(๑๕ เมตรx ๒๕ เมตร) ประดับที่ธนาคาร
กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สาธรซิตี้ เรียลตี้ และสร้างงานสถาปัตยกรรม
จิตรกรรม แกะสลักไม้ ศิลาศิลป์สู่ภูสรวงประดับ
ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน |
| พ.ศ.
๒๕๓๙ |
|
เริ่มงานสะสมถาวรกับบริษัทยูคอมประเทศไทย |
| |
|
|