ศิลปินแห่งชาติ
สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)
นายถวัลย์ ดัชนี ปัจจุบันอายุ ๖๒ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน
พ.ศ. ๒๔๘๒ ที่จังหวัดเชียงราย เป็นบุตรของนายศรี และนางบัวคำ (พรหมสา)
ดัชนี เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง ๔ คน ได้แก่ พ.ต.สว่าง
ดัชนี นายสมจิตต์ ดัชนี และนายวสันต์ ดัชนี สมรสกับนางคำเอ้ย มีบุตรชาย
๑ คน คือ นายดอยธิเบศร์ ดัชนี |
| ประวัติการศึกษา |
| พ.ศ.
๒๔๘๕ - ๒๔๙๑ |
|
ศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม
จังหวัดเชียงราย |
| พ.ศ.
๒๔๙๒ - ๒๔๙๘ |
|
ศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม
จังหวัดเชียงราย |
| พ.ศ.
๒๔๙๘ - ๒๕๐๐ |
|
ศึกษาระดับครูประถมการช่าง
(ปปช.) จากโรงเรียนเพาะช่าง |
| พ.ศ.
๒๕๐๐ - ๒๕๐๕ |
|
ศึกษาปริญญาตรีศิลปบัณฑิต
(เกียรตินิยม) จากคณะจิตรกรรมประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร |
| พ.ศ.
๒๕๐๖ - ๒๕๑๒ |
|
ศึกษาระดับปริญญาโท ทางด้านจิตรกรรมฝาผนัง
อนุสาวรีย์ ผังเมือง และปริญญาเอก สาขาอภิปรัชญาและสุนทรียศาสตร์
ที่ราชวิทยาลัยศิลปแห่งชาติ อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ (RIJKS
AKADEMIE VAN BEELDEN DE KUNSTEN
AMSTERDAM NEDERLAND) |
| |
|
|
| ประวัติการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ |
นับแต่เรียนสำเร็จชั้นมัธยมที่จังหวัดเชียงราย
ถวัลย์ได้เข้าเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่างด้วยทุนการศึกษาของจังหวัดเชียงรายและเป็นนักเรียนเพาะช่าง
ดีเด่นด้วยฝีมือการวาดรูปเหมือนจริงที่แม่นยำฉับไว ภาพวัดเบญจมบพิตรได้รับเลือกให้แสดงในหอศิลปแห่งชาติ
นครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นและแสดงใน
นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยแห่งชาติ ประเทศไทย |
| |
|
|
เมื่อจบจากโรงเรียนเพาะช่างในปี
พ.ศ. ๒๕๐๐ ถวัลย์ได้เดินตามแนวทางของดำรง วงศ์อุปราช จิตรกรรุ่นพี่
นักเรียนทุนจากลำปาง ซึ่งเป็นผู้จุดประกาย
ให้เขาสอบเข้าเรียนที่คณะจิตรกรรม ปฏิมากรรมมหาวิทยาลัยศิลปากร
ภายใต้การอำนวยการสอนของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และสถาบันแห่งนี้ได้
หล่อหลอมให้ถวัลย์พัฒนางานจากภาพวาดเหมือนจริงไปเป็นภาพวาดที่ให้ความรู้สึกประทับใจ
(Impressionism) แบบไทย แล้วยังเป็นจุดเริ่มต้นความ
สัมพันธ์ระหว่างถวัลย์ ดัชนี กับ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
ซึ่งเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตและวิธีคิดที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของเขาเป็นอย่างยิ่ง |
| |
|
|
ถวัลย์ ดัชนี จัดเป็นบัณฑิตคนหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนของมหาวิทยาลัยศิลปากรในขณะนั้นที่สามารถเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า
ถ้าไม่มีความรู้ความสามารถโดดเด่นแท้จริงแล้วจะได้เพียงอนุปริญญา
และหลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้ว ด้วยการสนับสนุนของ
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี คณบดีในเวลานั้น ถวัลย์ได้รับทุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์
วัฒนธรรมและการศึกษา ของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ไปศึกษาต่อ
ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเป็นเวลา ๕ ปี ที่ราชวิทยาลัยศิลปแห่งชาติ
อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ |
| |
|
|
ระหว่างที่ศึกษาศิลปะที่ประเทศเนเธอร์แลนด์
ผลงานการสร้างสรรค์ของถวัลย์โดดเด่นเป็นที่นิยมชมชอบของวงการศิลปะสากลอย่างกว้างขวาง
จึงได้รับเชิญ
เป็นผู้บรรยายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุมสัมมนาทางศิลปะระดับนานาชาติอยู่เสมอ
ทั้งจากสถาบันการศึกษา สถาบันทางศิลปะให้จัดแสดงผลงาน
ที่เรียกว่า One Man Show และแสดงกลุ่มมากมายหลายครั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศนับตั้งแต่เข้ามามีบทบาทในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย
ดังนี้ |
| |
|
|